บทที่ 21 พันธะร้อน วิวาห์สวาท EP21
“ผมจะให้อภัยคุณ ก็ต่อเมื่อคุณพาร่างเน่าๆ ของคุณออกไปจากผมซะ อย่าให้ผมต้องกลายเป็นซาตานอย่างที่คนอื่นเคยเรียกผมว่าอย่างนั้น” เมื่อคนที่สวมกอดไม่ยอมปล่อย นวินจำต้องขู่ในสิ่งที่เขาไม่อยากจะแสดงออกมาไม่ว่าใครก็ตามได้เห็น ใช่ เขาไม่ใช่คนดีเด่อะไรมากนัก รู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง เหมือนคนทั่วไป ใครทำให้เขาเสียหน้า มันผู้นั้นจะต้องได้รับผลของมันหนักเท่าทบทวีคูณ
“นิกขา” วิกกี้เอ่ยเรียกคนตัวสูงด้วยน้ำเสียงเศร้า ก่อนจะพยายามคลายอ้อมกอดของตัวเองออกช้าๆ ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าถ้านวินขู่ออกมาเช่นนี้ ย่อมไม่เป็นผลดีแน่ๆ ถ้าเธอยังจะดื้อแพ่ง เพราะดีไม่ดีอาจจะไม่มีงานโฆษณาอย่างที่เธอต้องการอีกเลยก็ได้
“อย่าให้ผมต้องใจร้ายกับคุณ ถ้ายังอยากจะมีงานเข้ามาตลอด ก็อย่ามายุ่งกับผม ผู้หญิงต่ำๆ คิดแต่จะได้งานด้วยการยอมแลกด้วยร่างกายแบบคุณ ผมขยะแขยงเป็นที่สุด”
บทที่ 3 อีกคนกำลังมา อีกคนกำลังหนี
เช้าวันรุ่งขึ้น รุ่งอรุณสาดแสงขึ้นทางทิศตะวันออก ลอดผ่านผ้าม่านสีขาวสะอาดลายลูกไม้มายังเตียงนอนขนาดใหญ่ ที่มีร่างระหงของผู้เป็นเจ้าของหลับนอนอยู่ด้วยความสบาย ตุ๊กตาตัวใหญ่ตั้งเรียงรายเต็มพื้นที่ จนแทบไม่มีช่องว่างให้ใครเข้ามานอนได้
เสียงนาฬิกาจากโทรศัพท์ดังขึ้นอยู่หลายครั้ง ทว่าเจ้าของกลับไม่ได้ยิน เพราะกำลังนอนฝันหวานถึงชายในฝัน ที่กำลังโอบกอดเธอแบบแนบแน่นบนฟลอร์เต้นรำในคลับหรู รอยยิ้มที่ตราตรึงอยู่ในหัวใจ ทำให้ใบหน้าขาวใสร้อนผ่าวขึ้นสีระเรื่อ ราวกับผลเชอรี่สุกก็ไม่ปาน
และเมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงสำคัญ ใบหน้าคร้ามของชายในฝันโน้มลงมาใกล้ นัยน์ตากลมโตใสแจ๋วก็ปิดเปลือกตาลงทันที พร้อมกับยื่นริมฝีปากของตัวเอง หมายจะให้ชายตรงหน้าจูบอย่างที่ต้องการ
“อุ๊ย! อย่าค่ะคุณนวิน ลูกบัวเขิน”
ลลิตาเอ่ยออกมา พร้อมกับใช้วงแขนกอดกระชับหมอนข้างที่กอดอยู่เสียแนบแน่น แม้ปากจะบอกว่าเขินอาย ทว่าใบหน้ากลับยื่นเข้าไปใกล้เสียติดกับหมอนข้าง ในฝันหญิงสาวกำลังถูกชายในฝันจุมพิตลงที่พวงแก้ม ไล่ละลงมาที่กลีบปากอิ่มอย่างอ้อยอิ่ง โดยไม่อายต่อสายตาของคนมอง
จนกระทั่งเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ภาพในฝันเปลี่ยนสถานที่จากสถานบันเทิง กลายเป็นห้องพักสุดหรูที่ถูกเนรมิตเอาไว้ราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์ ลลิตาเดินไปรอบๆ ห้องด้วยความชื่นชม ก่อนจะถูกเจ้าของห้องพาไปยังห้องนอน ที่มีกลิ่นกายหอมกรุ่นแตะปลายจมูก จนต้องหลับตาสูดดมเข้าปอด ราวกับสาวโรคจิต จนไม่ได้ยินเสียงอะไรรอบข้างที่ดังขึ้นเลย แม้แต่เพียงนิด
ลลนาที่เคาะประตูเรียกบุตรสาวแต่ทว่ากลับไม่ได้รับเสียงตอบรับ จึงถือวิสาสะเปิดประตูห้องเข้ามา ก็พบว่าลูกสาวที่น่ารักของเธอยังคงนอนอย่างสบายอยู่บนเตียง ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ภาพที่เห็นมันทำให้เธอถึงกับงวยงงกับอาการและท่าทางที่เจ้าของห้องแสดงออกมา
“อย่าค่ะคุณนวิน”
เสียงพูดของลลิตา ทำให้คนเป็นแม่ถึงกับรีบสาวเท้าเดินเข้าไปหยุดอยู่ที่หน้าเตียง มองใบหน้าของบุตรสาวที่ตอนนี้ริมฝีปากแนบติดกับหมอนข้าง ใบหน้าขาวใสแดงระเรื่อ ราวกับว่ากำลังขวยเขินอะไรสักอย่างอยู่ จนต้องใช่ฝ่ามือแตะไปที่เรียวแขน เพื่อปลุกให้ลูกสาวตื่นจากสิ่งที่กำลังฝันอยู่
“ลูกบัวหนูเป็นอะไรลูก”
คนโดนปลุกพยายามใช้มือปัดป่ายสิ่งรบกวน
“คุณนวินแต่งงานกับลูกบัวได้ไหมคะ ลูกบัวไม่อยากแต่งงานกับไอ้หมูโสโครก” ลลิตาพูดออกมา เมื่อในฝันนั้นเธอกำลังร้องขอให้ชายในฝันแต่งงานกับเธอ แทนที่จะเป็นผู้ชายที่พ่อและแม่หาให้
ลลนายิ่งได้ยินก็ยิ่งรู้สึกสงสารบุตรสาว ชื่อของผู้ชายที่หลุดออกจากปากยามหลับใหล คงเป็นผู้ชายที่ลูกสาวรัก ไม่ผิดแน่ ไม่เช่นนั้นคงไม่ขอร้องให้แต่งงานด้วยแม้กระทั่งในฝันแบบนี้ ครั้นจะปลุกให้ตื่นมาถามความจริง ก็เกรงว่าบุตรสาวจะไม่ยอมบอก แต่ถ้าจะไม่ปลุกให้ตื่นก็เลยเวลาอาหารเช้ามานานพอสมควรแล้ว คงไม่ดีแน่ที่จะให้สามีนั่งรออย่างไม่รู้จุดหมาย ว่าบุตรสาวจะตื่นจากฝันเมื่อไหร่
“ลูกบัวตื่นลูก เช้าแล้ว”
เสียงปลุกที่คราวนี้ดังกว่าในตอนแรก ทำให้ลลิตาสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมา มองไปรอบๆ ห้องก็พบว่าที่นี่เป็นห้องของตัวเอง ไม่ใช่ห้องของชายในฝันอย่างนวิน กระทั่งสายตามาหยุดที่มารดาที่มองอยู่ด้วยสายตาสงสัย ก็รีบกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที ด้วยใบหน้าเก้อเขิน
“อ้าวคุณแม่เหรอคะ”
“จ้ะ คุณนวินนี่คือใครเหรอลูก” อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม ทั้งๆ ที่ตั้งใจว่าจะไม่ถามออกมาแล้วในตอนแรก
“คะ โอ๊ย ลูกบัวหิวจังเลยค่ะคุณแม่” ลลิตาเมื่อได้ยินชื่อผู้ชายที่เพิ่งจะฝันถึง ก็รีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะไม่อยากให้แม่ถามอะไรไปมากกว่านี้ ก็จะให้เธอตอบได้อย่างไรกัน ว่าเป็นผู้ชายที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันจริงๆ นอกจากในนิตยสารเท่านั้น
“งั้นลูกไปล้างหน้าล้างตานะลูก คุณพ่อรอหนูทานข้าวเช้าอยู่”
“ค่ะ” คำว่าข้าวเช้าทำให้ลลิตารีบหันสายตาไปมองยังนาฬิกา ที่แขวนอยู่ที่ผนัง ก่อนจะเบิกตากว้างอย่างคนตกใจสุดขีด เมื่อนาฬิกาบอกเวลาในตอนนี้ มันบอกว่าเธอตกเที่ยวบินที่จะเดินทางไปภูเก็ตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“อ๊าย...ตายแล้ว ลูกบัวเธอพลาดอีกแล้ว” ลลิตาร้องออกมา ก่อนจะก้าวเท้าลงจากเตียง เดินหนีเข้าห้องน้ำทันทีก่อนที่ผู้เป็นแม่จะเอ่ยถามอะไรออกมาอีก
และไม่นานเสียงปิดประตูห้อง ก็ทำให้คนที่เดินหายเข้าห้องน้ำ แง้มประตูออกมาเล็กน้อย สอดสายตามองไปรอบๆ ห้อง ว่ามารดาออกไปแล้วจริงๆ จึงได้สาวเท้าเดินออกมา ตรงรี่ไปที่โต๊ะทำงาน เปิดลิ้นชักหยิบเอกสารเที่ยวบินที่สำรองที่นั่งผ่านทางเว็บไซต์ออกมา เพื่อติดต่อเลื่อนวันเดินทาง กระทั่งเสร็จเรียบร้อย จึงได้เดินกลับเข้าไปภายในห้องน้ำอีกครั้ง
